บำรุงผิวด้วย น้ำมันมะพร้าว (Coconut oil) ดีหรือพัง!

      น้ำมันมะพร้าว หรือ Coconut Oil ถือเป็นหนึ่งในส่วนผสมธรรมชาติที่โด่งดังและฮิตไม่หยุดจริง ๆ ค่ะ หลาย ๆ คนที่กำลังเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพผิว พอเห็นเหล่าบิวตี้บล็อกเกอร์พากันป้ายยาวิธีบำรุงผิวด้วยน้ำมันมะพร้าว ต่างก็ต้องมีสงสัยกันบ้างใช่ไหมคะ ว่า “การบำรุงผิวด้วยน้ำมันมะพร้าว ดีจริงไหม?” 

     ในวันนี้ หมอตวง Amara Skin Center จึงอยากจะชวนทุก ๆ คน มารู้ให้ลึก รู้ให้จริง เกี่ยวกับการบำรุงผิวสวยด้วยน้ำมันมะพร้าวว่าแท้จริงแล้วช่วยรักษาปัญหาผิวได้มากน้อยแค่ไหน ในน้ำมันมะพร้าวมีสารเคมีตัวใดบ้าง แล้วคนผิวมันสามารถใช้น้ำมันมะพร้าวบำรุงผิวได้ไหม ใครอยากผิวสวยแบบไม่เสี่ยงต้องห้ามพลาดบทความนี้เลยค่ะ (ขอแอบบอกว่าหมอมีทริคผิวฉ่ำวาวเร่งด่วนมาบอกในตอนท้ายด้วยค่ะ) แต่ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกับน้ำมันมะพร้าวว่าคืออะไรก่อนดีกว่าค่ะ

น้ำมันมะพร้าว คืออะไร?

      น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil) คือ น้ำมันที่ถูกสกัดจากเนื้อมะพร้าว โดยการใช้ความร้อนประมาณ 80˚C (176˚F)  ก่อนนำไปเข้ากระบวนการสกัดให้ได้น้ำมันมะพร้าวแต่ละรูปแบบ น้ำมันมะพร้าวจึงจัดเป็นหนึ่งในสารสกัดธรรมชาติที่มีประโยชน์มากมาย เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทั้งในแง่ของความงาม สุขภาพ และการปรุงอาหาร เป็นต้น 

     ประเภทของน้ำมันมะพร้าวที่นิยมและเป็นที่รู้จักจะมี 2 ประเภท ดังนี้

น้ำมันมะพร้าว ประเภท Coconut Oil

     ประเภทของน้ำมันมะพร้าว 

  • น้ำมันมะพร้าวสกัดทั่วไป (Refined coconut oil)

    น้ำมันมะพร้าวสกัดแบบทั่วไป มักผลิตมาจากมะพร้าวแห้ง หรือ Copra มักมีสีออกเหลืองเล็กน้อยและเนื้อสัมผัสที่มีความข้นสูง มีกลิ่นของมะพร้าวอ่อน ๆ และราคาไม่แพง สามารถนำมาบำรุงผิวได้แต่ใช้เวลาในการซึมนานเนื่องของความข้นของตัวน้ำมัน

  • น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Virgin coconut oil : VCO)

    น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ มักผลิตมาจากมะพร้าวสด หรือ Fresh coconut meat ผ่านกระบวนการทางธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีหรือความร้อนใด ๆ ทำให้ยังคงรักษาคุณค่าของมะพร้าวและกลิ่นหอมของมะพร้าวเอาไว้ได้ และที่สำคัญยังปลอดภัยต่อร่างกายยิ่งขึ้น

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวต่อผิวหนัง

  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง 
  • ลดปัญหาผิวแห้งแตก ผิวแห้งกร้าน
  • ผิวเรียบเนียน สัมผัสเนียนนุ่มขึ้น
  • เสริมความแข็งแรงให้เกราะป้องกันผิว 
  • ลดริ้วรอยแห่งวัย 
  • ป้องกันรังสี UVB
  • ป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่ตกค้างอยู่บนผิวหน้ง 
  • ลดอาการอักเสบของผิวหนัง 
  • ลดโอกาสเกิดมะเร็งผิวหนัง

ผิวหนังแบบไหนห้ามใช้น้ำมันมะพร้าว

      มาถึงตรงนี้คนผิวมันหรือผิวผสมจึงไม่แน่ใจนักใช่ไหมคะว่าผิวเราจะเหมาะกับน้ำมันมะพร้าวไหม? หมอขอตอบเลยว่า ใช้ได้แต่ต้องใช้ให้ถูกจุดค่ะ! เพราะการใช้น้ำมันมะพร้าว แน่นอนว่าเหมาะกับสภาพผิวแห้งอย่างมาก อย่างที่หมอได้กล่าวถึงสารต่าง ๆ ที่พบในน้ำมันมะพร้าว ล้วนเป็นกรดไขมันที่ดีในแง่ของการกักเก็บความชุ่มชื้นและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง 

      สำหรับคนผิวหน้ามันถือว่าเป็นกลุ่มคนที่ต้องระวังในการบำรุงผิวหน้าด้วยน้ำมันมะพร้าวมากที่สุด เพราะคนที่ผิวมันส่วนใหญ่แล้วมักมีปัญหารูขุมขนกว้างควบคู่มาด้วย การเสี่ยงต่ออาการอุดตันในอนาคตจึงเป็นเรื่องที่ต้องระวังมากค่ะ นอกจากนี้ความรู้สึกหนักหน้าหรือหน้าดูมันกว่าเดิมหลังทาน้ำมันมะพร้าวไปก็เกิดขึ้นได้เช่นกันสำหรับในกรณีของคนผิวมันค่ะ 

     โดยจุดที่คนผิวมันสามารถใช้น้ำมันมะพร้าวในการบำรุงผิวได้ ก็คือตามบริเวณผิวกายที่แห้งกร้าน เช่น ข้อศอก ข้อพับ ตามแขนและขาเป็นต้นค่ะ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าคนผิวมันควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันมะพร้าวที่บริเวณใบหน้า แต่หันไปใช้พวกสกินแคร์กลุ่มมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เนื้อบางเบากว่านี้จะเหมาะสมกว่าค่ะ

วิธีใช้น้ำมันมะพร้าวบำรุงผิวที่ถูกต้อง ทำตามนี้ผิวไม่พัง!

     น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อผิวหลายประการ เช่น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยลดการอักเสบ และช่วยป้องกันผิวจากแสงแดด วิธีใช้น้ำมันมะพร้าวบำรุงผิวที่ถูกต้อง มีดังนี้

วิธีใช้น้ำมันมะพร้าวสำหรับผิวหน้า-ผิวกาย

  • ทดสอบอาการแพ้ที่หลังหูก่อนใช้ 
  • ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด
  • หยดน้ำมันมะพร้าวประมาณ 2-3 หยดลงบนฝ่ามือ
  • ทาน้ำมันมะพร้าวให้ทั่วใบหน้า ลำคอ และผิวกาย
  • นวดเบา ๆ เพื่อให้น้ำมันมะพร้าวซึมเข้าสู่ผิว
  • ทิ้งไว้โดยไม่ต้องล้างออก
  • หากไม่มีอาการแพ้แนะนำให้ใช้อย่างต่อเนื่อง

อยากผิวดี อิ่มน้ำ ไม่เสียสมดุล ใช้อะไรนอกจากน้ำมันมะพร้าว ได้บ้าง..?

      สำหรับคนที่อยากมีผิวสุขภาพดี ดูฉ่ำวาวแบบหนุ่มสาวเกาหลี การบำรุงผิวและมีสกินแคร์รูทีนที่เหมาะกับผิวของตัวเอง ย่อมทำให้ผิวดีขึ้นได้จริง แต่ก็ต้องแลกด้วยความมีวินัยและเวลาที่นานมากกว่าจะได้ผิวแบบที่ต้องการ ดังนั้นหมอจึงอยากแนะนำเทคนิคการดูแลผิวที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจเร็วทันใจยิ่งขึ้น เราไปดูกันเลยค่ะว่าจะมีเทคนิคไหนที่เหมาะกับผิวของคุณบ้าง

IV Drip ดริปวิตามินผิว เติมเต็มผิวจากภายในสู่ภายนอก

     การดริปวิตามินผิว เป็นการบำรุงผิวด้วยสารอาหารที่สำคัญต่อผิว เช่น วิตามิน C และคอลลาเจนเป็นต้น โดยการให้สารอาหารเหล่านี้ผ่านเส้นเลือดดำในรูปแบบของน้ำเกลือ ร่างกายจึงสามารถดูดซึมไปใช้ได้ในทันที การดริปวิตามินผิวจึงเป็นการบูสผิวสวยแบบที่เห็นผลเร็วกว่าการทานวิตามินเป็นเม็ด 

  • ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิว
  • ลดปัญหาผิวแห้งกร้าน ชะลอปัญหาผิวชรา 
  • เพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิว 
  • ลดปัญหาผิวโทรม  
  • ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย 

Filler เพิ่มผิวฉ่ำ ลดผิวโทรม

      การเติมฟิลเลอร์ (Filler) ถือเป็นวิธีที่คนนิยมกันอย่างมากในเรื่องของการเติมเต็มความอิ่มฟูให้กับผิวแบบเร่งด่วน ช่วยให้ริ้วรอยตื้นขึ้น เห็นผลการเปลี่ยนแปลงภายใน 7 วัน แต่ทั้งนี้วิธีนี้เป็นการรักษาปัญหาผิวที่ปลายเหตุและไม่ได้รักษาถึงต้นตอลึก หลังจากฉีดไปแล้ว 6-8 เดือน จะเริ่มเห็นว่าฟิลเลอร์ค่อย ๆ สลายตัวจนหมดไป 

  • เติมเต็มร่องลึก ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก 
  • ช่วยเพิ่มความอิ่มฟู อิ่มนำให้กับผิว 
  • เห็นผลไว อาการข้างเคียงน้อย  
  • หน้าดูอ่อนเยาว์กว่าเดิม 
  • มีสารสกัดจากธรรมชาติเป็นหลัก จึงสามารถสลายตัวได้ 

Lumecca เผยผิวขาวใสอมชมพู

      Lumecca นวัตกรรมแสงกึ่งเลเซอร์ ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิว ช่วยให้ผิวดูอมชมพู จุดด่างดำจางลง ที่สำคัญไม่ต้องพักฟื้น สามารถไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ตามปกติเลยค่ะ ใครที่ลองใช้น้ำมันมะพร้าวมานานแล้วผิวยังดูไม่กระจ่างใส วิธีนี้ถือเป็นทางลัดที่จะช่วยกอบกู้ผิวโทรมได้อย่างมากเลยค่ะ 

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิว 
  • ผิวกระจ่างใส ดูสุขภาพดี 
  • ฆ่าเชื้อสิว ลดอาการอักเสบของผิว
  • กระชับรูขุมขน เพิ่มความเรียบเนียน 
  • ลดจุดด่างดำ ฝ้า กระ รอยดำ รอยแดง

Pico Plus Laser บอกลาทุกปัญหาผิวที่เกิดจากสิว

       นาทีนี้แน่นอนว่าแทบไม่มีใครจะไม่คุ้นหูคุ้นตากับ การทำเลเซอร์ Pico ซึ่งก็มีการบอกต่อทั้งในเรื่องของผลการรักษา ตลอดไปจนการออกมาเตือนต่าง ๆ ซึ่งการทำเลเซอร์ Pico Plus ให้ปลอดภัยได้ผลลัพธ์ที่ดี ก็คือต้องมีการประเมินปัญหาและรักษาโดยแพทย์ผิวหนังเท่านั้นค่ะ เพราะเครื่อง Pico Plus ถือเป็นเลเซอร์ที่มีพลังงานสูง เข้ารักษาปัญหาได้อย่างตรงจุด และที่สำคัญก็เสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนได้หากไม่มีการดูแลโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ 

  • รักษาปัญหาผิวที่เกิดจากสิว เช่น รอยสิว สิวผด รูขุมขน หลุมสิว
  • กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว
  • ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น 
  • ลดฝ้า กระ รอยสัก

Morpheus8 เทคโนโลยีฟื้นฟูผิวชรา ที่ล้ำลึกที่สุด

       และสำหรับวิธีฟื้นฟูผิวสุดท้ายของวันนี้ก็คือ การทำ Morpheus8 ค่ะ เป็นรักษาต้นตอของปัญหาผิวนานาชนิด ด้วยการใช้พลังงาน RF ผ่านเข็มชนิดพิเศษในการรักษาผิวหนัง ทำให้ผิวหนังถูกกระตุ้นให้เกิดการสร้างผิวใหม่ หลังทำผิวจึงมีความแข็งเรง เรียบเนียน ดูเต่งตึงยิ่งขึ้นค่ะ เหมาะอย่างมาสำหรับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย หลุมสิว หน้าไม่เรียบเนียน 

  • ช่วยยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด 
  • รักษาปัญหาผิวอย่างครบคลุม อาทิ รอยสิว หลุมสิว จุดด่างดำ ผิวหย่อนคล้อย ผิวแตกลาย เป็นต้น 
  • ทำครั้งเดียวเห็นผลไปอีกนาน ไม่ต้องเสียเงินบ่อย ๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง

หน้าไม่เรียบเนียน ผิวไม่สวย จัดการด้วยวิธีไหนดี!?

อ่านเพิ่มเติม

ลดเลือน “ปัญหาก้นแตกลาย” อย่างเห็นผล พร้อมโชว์ก้นเรียบเนียนอย่างมั่นใจ!

อ่านเพิ่มเติม

เลเซอร์รอยสิวที่เห็นผลดีที่สุดคือตัวไหน!?

อ่านเพิ่มเติม

สรุป

      น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil) ถือเป็นของขวัญจากธรรมชาติ ที่ช่วยให้คนเราได้มีทั้งผิวและสุขภาพที่ดีขึ้น แต่แน่นอนว่าในบางกรณีสารสกัดจากธรรมชาติก็ไม่อาจตอบโจทย์ของไลฟ์สไตล์คนในปัจจุบันได้เสมอไป การเข้ามาของเทคโนโลยีทางการแพทย์จึงเป็นส่วนที่หากทำควบคู่กันไป จะช่วยให้เรามีผิวที่ดีขึ้นได้ในระยะเวลาอันสั้นลง หากใครที่กำลังมีปัญหาผิวและลองดูแลมาทุกสูตรแล้วแต่ยังไม่เห็นผล สามารถทักไลน์เข้ามาปรึกษากับหมอที่ช่องทางด้านล่างได้เลยค่ะ


แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง

พญ.ภคกมล ตุ้มสุทธิ (หมอตวง)

ลงทะเบียนปรึกษาฟรี!


    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *