ขนเยอะ อยากกำจัดขน 12 วิธียอดฮิต มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง?

       ถ้าจะกล่าวถึงการกำจัดขนนั้น เรามีตัวเลือกเป็นสิบ ๆ วิธีให้ใช้เลยทีเดียวค่ะ ซึ่งแต่ละวิธีก็จะมีประสิทธิภาพในการกำจัดขนที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นข้อดีข้อเสีย หรือความเหมาะสมในการเลือกใช้ การกำจัดขนที่ไม่พึงประสงค์จึงต้องอาศัยความเข้าใจในกระบวนการกำจัดขนแต่ละวิธี หนุ่ม ๆ สาว ๆ จะได้เลือกวิธีที่ถูกต้อง และสามารถกำจัดขนได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเองค่ะ – หมอตวง Amara Clinic

การกำจัดขน มีกี่วิธี?

12 ways to remove unwanted hair
  1. การโกนขน (Shaving)

    วิธีการใช้ใบมีดหรือของมีคมเพื่อกำจัดขนนั้นมีมาตั้งแต่สมัยก่อน พัฒนามาจนกลายเป็นมีดโกนขนในปัจจุบันที่ปลอดภัยกว่าแบบดั้งเดิม เมื่อใบมีดเสื่อมสภาพก็สามารถถอดเปลี่ยนชิ้นใหม่ได้ ซึ่งมีดโกนจะกำจัดขนได้แค่ส่วนที่โผล่พ้นผิวหนังมาเท่านั้น ผลลัพธ์จึงอยู่ได้แค่ 1-2 วัน เพราะไม่ใช่การกำจัดขนถึงราก เหมาะกับการกำจัดขนแขน ขา กำจัดขนหลัง หรือกำจัดขนน้องสาว (ต้องทำอย่างระมัดระวัง)

ข้อดีของการโกนขน

  • สามารถโกนได้ทุกส่วนของร่างกาย
  • ทำด้วยตัวเองที่บ้านได้
  • เจ็บน้อย ถ้าโกนอย่างถูกวิธี
  • เหมาะสำหรับวันที่เร่งรีบมาก

ข้อเสียของการโกนขน 

  • ต้องทำซ้ำบ่อยที่สุด เพราะขนขึ้นเร็ว
  • หากโกนไม่เป็นหรือโกนบ่อย อาจทำให้ผิวระคายเคือง
  • อาจทำให้เป็นขนคุด หรือมีรอยบาด

2. การแว็กซ์ขน (Waxing)

เป็นการกำจัดขนที่ช่วยดึงขนออกมาได้ถึงโคนขน มีทั้งแบบแวกซ์ร้อนและเย็น โดยจะมีวิธีการใช้หลัก ๆ คือ ต้องปาดเนื้อแวกซ์ไปในทิศทางตามแนวขน (ขนขึ้นชี้ไปทางไหน ให้ปาดไปทางนั้นค่ะ) เมื่อเนื้อแวกซ์เซตตัวแล้วให้ดึงออกภายในครั้งเดียวจะช่วยให้ไม่เจ็บมากค่ะ เหมาะกับการแว็กซ์ขนรักแร้ แว็กซ์กำจัดขนแขน กำจัดขนขา กำจัดขนหลัง ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์เลยค่ะ

ข้อดีของการแว็กซ์ขน

  • กำจัดขนได้ลึกถึงโคน
  • ขนที่ขึ้นใหม่จะดูบางลง
  • สามารถแว็กซ์กำจัดขนเองได้ที่บ้าน
  • สามารถใช้กำจัดขนบริเวณที่มีพื้นที่เยอะ ๆ ได้สะดวก เช่น แขน ขา
  • มีหลากหลายชนิดให้เลือก ทั้งแบบสังเคราะห์และแบบธรรมชาติ

ข้อเสียของการแว็กซ์ขน

  • จะต้องศึกษาวิธีแว็กซ์ให้ดีก่อนทำ
  • แว็กซ์กำจัดขนบนผิวที่บอบบางอย่างใบหน้าหรืออวัยเพศไม่ได้ (หากต้องการควรให้ผู้เชี่ยวชาญทำให้)
  • ค่อนข้างเจ็บ ระคายเคืองผิวในตอนแรก
  • สำหรับแว็กซ์ร้อน หากคุมอุณหภูมิไม่ดี อาจทำให้ผิวไหม้
  • มีสารเคมีที่ก่อให้เกิดการแพ้ได้

3. การถอนขน (Plucking)

ถือเป็นวิธีการกำจัดขนที่ง่ายมาก ๆ อีกวิธีหนึ่งเลยค่ะ การถอนขนจะเป็นการใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า ‘แหนบ’ นำมาใช้ถอนขนในบริเวณที่ต้องการรายละเอียดมาก เช่น การแต่งขนคิ้ว การกำจัดขนที่หน้า  หรือถอนขนรักแร้ (ค่อนข้างเจ็บมาก) สามารถกำจัดขนได้ลึก ทำให้ขนไม่ขึ้นไปอีกประมาณ 2-3 เดือนได้เลยค่ะ

ข้อดีของการถอนขน

  • ทำได้ง่ายด้วยตัวเอง
  • อุปกรณ์น้อย
  • ราคาประหยัดมาก

ข้อเสียของการถอนขน

  • มีความเจ็บมากเวลาถอนขน
  • ทำได้แค่บริเวณเล็ก ๆ
  • อาจทำให้เป็นผิวหนังไก่ ขนคุด รูขุมขนอักเสบ รอยจุดด่างดำ

4. การกำจัดขนด้วยเส้นด้าย (Threading)

เป็นวิธีกำจัดขนที่จะใช้ด้ายสองเส้นพันนิ้วเอาไว้ แล้วดึงรั้งกันโดยปาดไปบนผิวเพื่อตัดขน ทำให้การกำจัดขนด้วยเส้นด้ายจะเหมาะกับสำหรับกำจัดขนที่ใบหน้ามากกว่าขนตามตัว ไม่ควรใช้กำจัดขนในพื้นผิวที่บอบบางอย่างรักแร้หรือใช้กำจัดขนน้องสาว โดยจะสามารถอยู่ได้นานประมาณ 1 เดือนหรือนานกว่านี้เล็กน้อยค่ะ

ข้อดีของการกำจัดขนด้วยเส้นด้าย

  • กำจัดขนได้เยอะด้วยการปาดด้ายเพียงครั้งเดียว
  • กำจัดขนเฉพาะจุดหรือแต่งเล็มขนได้
  • ผลลัพธ์อยู่ได้ค่อนข้างนาน

ข้อเสียของการกำจัดขนด้วยเส้นด้าย

  • ไม่เหมาะกับคนเป็นสิวหรือผิวแพ้ง่าย เพราะอาจจะระคายเคืองได้
  • ไม่เหมาะกับการกำจัดขนพื้นที่ใหญ่ ๆ

5. การใช้ครีมกำจัดขน (Depilatory)

ครีมกำจัดขนมักจะเป็นวิธีกำจัดขนที่สาว ๆ เลือกใช้กันบ่อย เพราะทั้งทำได้ง่ายและใช้เวลาไม่นาน โดยครีมกำจัดขนจะมีส่วนผสมที่เข้าไปทำลายโครงสร้างของเส้นขน ทำให้ขนละลาย นิ่มจนสามารถเช็ดออกได้ ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ เหมาะกับการกำจัดขนพื้นที่เล็ก ๆ อย่างรักแร้ หรือใช้กำจัดขนแขน กำจัดขนขา กำจัดขนหลังก็ได้ แต่จะต้องใช้ปริมาณมาก ทำให้ค่อนข้างเปลืองค่ะ

ข้อดีของการใช้ครีมกำจัดขน

  • เหมาะกับคนที่ต้องการกำจัดขนแบบเร่งด่วนและอยากได้ความเนียน
  • หาซื้อได้ง่าย มีให้เลือกหลายแบบ
  • ใช้เวลาไม่นาน กำจัดขนพื้นที่ใหญ่ ๆ ได้ในครั้งเดียว

ข้อเสียของการใช้ครีมกำจัดขน

  • ไม่เหมาะกับการใช้ระยะยาว
  • อาจก่อให้เกิดอาการแพ้
  • หากทิ้งครีมกำจัดขนไว้นานเกินกว่าที่กำหนดไว้ อาจทำให้ผิวลอก แสบ
  • กลิ่นค่อนข้างแรง

6. การใช้แว็กซ์น้ำตาล (Sugaring)

เป็นวิธีการกำจัดขนแบบชาวอียิปต์โบราณเลยค่ะสำหรับการใช้แว็กซ์น้ำตาลกำจัดขน รายละเอียดจะเหมือนกับกับการใช้แว็กซ์ที่เป็นสารเคมีเลยค่ะ แต่จะดีกว่าตรงที่แว็กซ์น้ำตาลจะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่อ่อนโยนกว่า (น้ำตาล มะนาว และน้ำเปล่า) ขนจะขึ้นช้าลง 4-6 สัปดาห์เลยทีเดียว เหมาะกับการกำจัดขนแขน ขา กำจัดขนหลัง กำจัดขนหน้าอก กำจัดขนบิกินี่ (ทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น)

ข้อดีของการใช้น้ำตาลกำจัดขน

  • โอกาสแพ้หรือระคายเคืองน้อยกว่าแว็กซ์ทั่วไป
  • เจ็บเล็กน้อยถึงปานกลางเท่านั้น
  • วัตถุดิบหาซื้อได้ง่าย ทำเองได้ที่บ้าน
  • ช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ลดขนคุด

ข้อเสียของการใช้น้ำตาลกำจัดขน

  • หากแว็กซ์ขนไม่เป็น ไม่เชี่ยวชาญ ควรไปทำที่ร้านมากกว่า
  • ไม่สามารถกำจัดขนสั้น ๆ ได้
  • ไม่เหมาะกับคนที่กำลังใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาคุมกำเนิด

7. การใช้หินกำจัดขน (Pumice stone)

เป็นการนำหินภูเขาไฟมาขัดวนเป็นวงกลม 2-3 รอบตามร่างกาย ซึ่งจะทำให้ขนขาดและหลุดออกอย่างง่ายดายค่ะ ปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์หินกำจัดขนที่เป็นหินจริง ๆ และที่เป็นวัสดุอื่น ๆ ออกมาให้เลือกหลายแบบ โดยการกำจัดขนด้วยหินจะคล้ายกับการโกน อยู่ได้นานประมาณ 1 สัปดาห์ก็จะเริ่มขึ้นใหม่แบบชัดเจน เหมาะกับการกำจัดขนแขน กำจัดขนขา กำจัดขนหลัง ห้ามใช้บริเวณผิวบอบบาง

ข้อดีของการใช้หินกำจัดขน

  • เห็นผลชัดเจนทันที
  • เป็นการกำจัดขนและขัดผิวไปในตัว
  • ราคาถูก ใช้ซ้ำได้ ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า

ข้อเสียของการใช้หินกำจัดขน

  • หากขัดแรงเกินไปหรือย้ำที่เดิมบ่อย ๆ อาจทำให้ระคายเคืองผิว หรือถึงขั้นผิวลอก ถลอก หรือเป็นแผลได้

8. การใช้เครื่องกำจัดขน (Epilators)

การทำงานของเครื่องกำจัดขนอัตโนมัติจะเหมือนกับการโกนขนเลยค่ะ เพียงแต่มันจะมีเครื่องมือมาช่วยทุ่นแรงเท่านั้น โดยเครื่องกำจัดขนจะทำให้ขนขึ้นช้าราว ๆ 2-4 สัปดาห์ แต่จะต้องบำรุงผิวบริเวณที่ใช้เครื่องกำจัดขนให้ดีด้วยนะคะ เพราะอาจจะทำให้ผิวระคายเคืองได้ เหมาะกับการกำจัดขนหลัง กำจัดขนแขน ขา

ข้อดีของการใช้เครื่องกำจัดขน

  • กำจัดขนที่สั้นมาก ๆ ได้
  • ทำได้ทั่วร่างกาย
  • ใช้ระยะยาว ทำให้ขนขึ้นน้อยหรือบางลง
  • ราคาถูกเมื่อเทียบกับอายุเครื่อง
  • พกสะดวก ทำได้ทุกที่ ใช้เวลาไม่นาน

ข้อเสียของการใช้เครื่องกำจัดขน

  • อาจรู้สึกเจ็บมากในการทำครั้งแรก
  • ผิวอาจแดงหรืออักเสบเล็กน้อยหลังทำทันที แต่จะหายไปในไม่กี่ชั่วโมง
  • หากทำความสะอาดผิวไม่ดีหลังทำ เสี่ยงติดเชื้อจนเกิดสิวได้
  • ไม่เหมาะกับคนผิวบอบบางหรือแพ้ง่าย
  • ก่อให้เกิดปัญหาขนคุดตามมาได้

9. การทานยาเพื่อกำจัดขน (Oral Medicines)

วิธีนี้จะเหมาะกับคนที่มีขนขึ้นมากผิดปกตินะคะ ยกตัวอย่างเช่น ผู้หญิงที่มีขนขึ้นที่หน้าอกเหมือนผู้ชาย เป็นต้น โดยคนไข้จะได้รับยาที่ชื่อว่า Spironolactone ซึ่งเป็นยาที่มีฤทธิ์ต่อต้านฮอร์โมนแอนโดรเจน ทำหน้าที่ขัดขวางการทำงานของฮอร์โมนเพศชาย (เทสโทสเตอโรน) จะใช้เวลาราว ๆ 6 เดือนขึ้นไปกว่าจะกำจัดขนได้ตามวัฏจักรของรูขุมขนค่ะ

ข้อดีของการทานยาเพื่อกำจัดขน

  • กำจัดขนได้จริง
  • ปลอดภัยเมื่ออยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

ข้อเสียของการทานยาเพื่อกำจัดขน

  • เหมาะกับคนที่ต้องการกำจัดขนที่ขึ้นเยอะผิดปกติเท่านั้น (สำหรับการกำจัดขนทั่วไปไม่แนะนำ และห้ามซื้อมากินเองเด็ดขาดค่ะ)

10. การใช้ยาทาตามคำสั่งแพทย์ (Prescription Creams)

ยาที่สามารถใช้ทาเพื่อกำจัดขนนี้คือตัวยา Eflornithine 13.9% ที่มักใช้รักษาภาวะขนดกบริเวณใบหน้าในผู้หญิง ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผิวหนังที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้นนะคะ โดยแพทย์จะจ่ายยาที่ช่วยชะลอการเจริญเติบโตของขน วิธีทาจะเหมือนการทาครีมทั่วไปวันละครั้งหรือสองครั้ง ซึ่งจะใช้เวลาราว 2-3 เดือนถึงจะเห็นผลค่ะ

ข้อดีของการใช้ยาทาตามคำสั่งแพทย์

  • กำจัดขนได้อย่างปลอดภัยหากอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
  • ขนมีโอกาสขึ้นใหม่น้อย

ข้อเสียของการใช้ยาทาตามคำสั่งแพทย์

  • ไม่ควรซื้อมาใช้เองที่บ้านได้
  • อาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้
  • เป็นวิธีกำจัดขนแบบรักษาเฉพาะโรค

11. การใช้กระแสไฟฟ้า (Electrolysis)

เป็นการส่งกระแสไฟฟ้าผ่านเข็มขนาดเล็กมาก ๆ ที่สอดเข้าไปถึงรากขนแบบเส้นต่อเส้น ทำให้รากขนถูกทำลายอย่างถาวร ขนจะขึ้นน้อยลงมาก ๆ และถ้าทำซ้ำหลายครั้ง ขนก็อาจจะไม่สามารถกลับมาขึ้นได้อีกเพราะรากขนไหม้ไปแล้วจากกระแสไฟฟ้า เหมาะกับการกำจัดขนพื้นที่เล็ก ๆ 

ข้อดีของการใช้กระแสไฟฟ้า

  • กำจัดขนได้ลึกถึงรากขน เป็นการทำลายรากขนไม่ให้สามารถเจริญเติบโตได้อีก
  • โอกาสที่จะทำให้ผิวมีรอยด่างดำน้อย
  • ทำให้ทุกสีผิว ขนหนาหรือบางก็ได้

ข้อเสียของการใช้กระแสไฟฟ้า

  • ราคาสูงกว่าวิธีกำจัดขนแบบอื่น ๆ
  • ต้องทำการรักษาหลายครั้งมาก ๆ ระยะเวลาเกือบปีกว่าจะขนหายถาวร
  • อาจรู้สึกเจ็บมาก ๆ ระหว่างทำ
  • อาจมีผลข้างเคียงคือ ติดเชื้อ เป็นแผลคีลอยด์ มีรอยดำรอยแดง รอยแผลเป็น

12. การยิงเลเซอร์กำจัดขน (Laser Hair Removal)

เป็นวิธีกำจัดขนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดมานานมาก ๆ เลยค่ะ เพราะการใช้เครื่องเลเซอร์ขนจะช่วยให้สามารถกำจัดขนได้อย่างตรงจุด เจ็บน้อย เป็นการใช้พลังงานต่าง ๆ ยิงเข้าไปที่ผิวเพื่อทำลายเม็ดสีเมลานินอย่างเจาะจง ทำให้ขนงอกใหม่ได้ยาก ขนจะดูบางและสีอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการเลเซอร์จะเหมาะกับการกำจัดขนทั้งตัว ตั้งแต่ขนแขน ขา หลัง หรือเลเซอร์ขนบิกินี่ก็ได้หมดเลย

การใช้เลเซอร์กำจัดขนในระยะแรก เพื่อให้เห็นผลชัดเจนและอยู่ในกระบวนการรักษาอย่างต่อเนื่อง คนไข้อาจจะต้องทำติดต่อกัน 1 ครั้งต่อสัปดาห์ราว ๆ 6-7 สัปดาห์ขึ้นไป หลังจากนั้นสามารถเข้ามาทำซ้ำปีละ 1-2 ครั้งหรือ 3 ปีครั้งเพื่อคงผลลัพธ์ให้ยาวนานขึ้นได้ค่ะ

ข้อดีของการยิงเลเซอร์กำจัดขน

  • กำจัดขนได้ลึกถึงรากขน
  • อยู่ได้นานเป็นปี
  • เห็นผลทันทีหลังทำเสร็จแล้ว
  • ทำซ้ำแค่ 6-10 ครั้งก็สามารถกำจัดขนได้ถาวร (ขึ้นอยู่กับเครื่องเลเซอร์ที่ใช้)
  • ปัจจุบัน ทุกสีผิวสามารถเลเซอร์กำจัดขนได้แล้ว
  • ไม่ทำให้เกิดขนคุดหรือผิวหนังไก่

ข้อเสียของการยิงเลเซอร์กำจัดขน

  • เลเซอร์กำจัดขนบางตัวอาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่หากเป็นขนสีอ่อน
  • ต้องดูแลผิวหลังเลเซอร์กำจัดขนมากกว่าปกติ
  • หากแพทย์ที่ยิงเลเซอร์ให้ไม่เชี่ยวชาญ อาจทำให้ผิวบริเวณนั้นไหม้หรือเป็นรอยแผลได้
  • หากทำติดกันบ่อยเกินไป อาจทำให้ผิวด่างได้

ตารางเปรียบเทียบ การกำจัดขนแต่ละแบบ

        หลังจากได้ลองอ่านกันไปแล้วว่าการกำจัดขนแต่ละวิธีมีรายละเอียดยังไงบ้าง สาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ บางคนอาจจะยังสับสนว่าเลือกกำจัดขนแบบไหนดี? หมอจึงขอสรุปสั้น ๆ เป็นตารางเปรียบเทียบการกำจัดขนแต่ละแบบดังนี้ค่ะ

Comparative table of hair removal methods

กำจัดขนกับ Amara Clinic มีอะไรให้เลือกบ้าง?

หากสาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ คนไหนยังไม่รู้ว่าจะกำจัดขนแบบไหน กำจัดขนขายังไง กำจัดขนทั้งตัวทำอะไรได้บ้าง หรือกำจัดขนรักแร้ที่ไหนดี หมอขอแนะนำ Amara Clinic ให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกของทุกคนนะคะที่เอมาร่า เรามีการกำจัดขนแบบใช้เลเซอร์กำจัดขนอย่างเครื่อง MeDioStar ที่ใช้นวัตกรรมเลเซอร์ไดโอด (Diode Laser) โดยมีความยาวคลื่น 2 ระดับได้แก่ ความยาวคลื่น 810 nm และ 940 nm สามารถทำลายรากขนและเส้นเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงรากขน ทำให้ขนเกิดใหม่ได้ยาก เหมาะกับการเลเซอร์ขนทุกบริเวณ ทำได้ทุกสีผิว เมื่อทำอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดเส้นขนได้ถึง 92% ช่วยกระชับผิว ลดหนังไก่ ขนคุด รอยดำ ไปจนถึงการรักษาเส้นเลือดฝอยได้

‘คุณไจแอ้น’ เข้ามารับบริการเลเซอร์ด้วย MeDioStar ที่เอมาร่าคลินิก

        นอกจากนี้ เอมาร่าก็มีเครื่องเลเซอร์กำจัดอีกตัวอย่าง DiolazeXL นวัตกรรมกำจัดขนด้วยคลื่น Diode และ YAG ด้วยความยาวคลื่น 800 ไปจนถึง 1,350 nm สามารถกำจัดขนได้ลึกถึงราก เห็นผลชัดเจนว่าขนลดลงได้ถึง 30% หลังทำครั้งแรก ช่วยกำจัดขนได้ทุกสี ไม่ว่าจะเส้นหนาหรือบาง ทำได้ทุกสีผิว นอกจากนี้ ยังช่วยกระชับรูขุมขน กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิว เจ็บน้อย ไม่ต้องใช้ยาชาก็ทำได้เลยค่ะ

รวมรีวิว DiolazeXL กับเอมาร่าคลินิก!

บทความที่เกี่ยวข้อง

ชวนมาทำเลเซอร์หนวด ไม่เป็นตอ ผู้หญิง-ผู้ชายทำได้!

อ่านเพิ่มเติม

ไม่กล้าใส่เสื้อแขนกุดเพราะรักแร้ดำ ทำไงดี??

อ่านเพิ่มเติม

แว็กซ์ขนรักแร้ VS เลเซอร์ขนรักแร้ แบบไหนดีกว่ากัน!?

อ่านเพิ่มเติม

สรุป

      องการกำจัดขนแต่ละส่วนอย่างหมดจด กำจัดขนในวันที่เร่งรีบ หรือกำจัดขนแบบถาวร ก่อนจะเลือกว่ากำจัดขนแบบไหนก็ต้องเลือกให้ดีก่อนค่ะ เพื่อให้ได้กำจัดขนอย่างเหมาะสมและไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น หากใครไม่แน่ใจหรือสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำจัดขน สามารถติดต่อเพื่อจองคิวพบหมอได้ที่ช่องทางติดต่อด้านล่างเช่นเคยนะคะ ❤


แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง

พญ.ภคกมล ตุ้มสุทธิ (หมอตวง)

ลงทะเบียนปรึกษาฟรี!


    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *